All contents

แนวคิดของการเสริมแรงเชิงบวกหรือ Positive Reinforcement มีกันมานานแล้วและถูกพูดถึงกันอยู่อย่างสม่ำเสมอเป็นเวลาหลายสิบปี และสิ่งที่ยังทำให้แนวคิดแบบ Positive Reinforcement หรือการเสริมแรงเชิงบวก ยังสำคัญอยู่ก็เพราะ

โลกในปัจจุบันมีความเชื่อมโยงถึงกันมากกว่าที่เราเคยจินตนาการ อีกทั้งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยียังช่วยให้คนในองค์กรสามารถทำงานเสมือนจริงในโลกที่ไร้พรมแดน ทุกคนตั้งแต่ระดับบุคคลไปจนถึงองค์กรจึงจำเป็นต้องตระหนักถึงคุณค่าการความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการผนวกรวมเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งจากการวิจัยพบว่า องค์กรหรือธุรกิจที่มีคนในองค์กรที่มีความหลากหลายจะประสบความสำเร็จ มีผลกำไร มีนวัตกรรม และมีความยืดหยุ่นที่มากกว่าอีกด้วย

New Normal หรือความปกติในรูปแบบใหม่ ส่งผลกับเราหลายๆคนในแง่ของการทำงาน และถ้าหากเราเป็นผู้นำที่ต้องดูแลทีมงาน มีลูกน้องที่เราต้องรับผิดชอบอยู่หลายคน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารอบนี้ลำบากและใช้พละกำลังของความเป็นผู้นำมากกว่าที่เคยเป็นมา การปรับตัวสำหรับหัวหน้าที่นำมาแนะนำกันนี้ อาจจะช่วยให้ผู้นำอย่างเราสามารถเป็นหัวหน้าที่สร้างพลังเชิงบวกและได้ใจลูกน้องในยามท้าทายค่ะ

การศึกษา VIA Character Strength ที่ผสมผสานศาสตร์เกี่ยวกับหลักการทำงานของสมอง (Brain Based Approach) กับจิตวิทยาเชิงบวก (Positive Psychology) โดย Dr. Martin E.P. Seligman และ Dr. Christopher Peterson จะทำให้คุณสามารถคนพบจุดแข็งอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคุณเองและสามารถประยุกต์ใช้จุดแข็งเหล่านั้นในชีวิตประจำวันทั้งในเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว และเริ่มใช้ชีวิตในแต่ละวันให้เป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวคุณเอง

นาทีนี้คงมีหลายคนที่เคยได้ยินคำว่า “Resilience” หรือ ความสามารถที่จะฟื้นตัวเมื่อเจอเหตุการณ์ที่ยากลำบาก เพราะวิกฤตโควิดซัดเราแทบทุกคนแบบไม่ได้ตั้งตัว หลายคนได้รับผลกระทบทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว วันนี้เลยอยากจะขอมานำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวกับ ความสามารถนี้ให้พวกเราได้เข้าใจเพิ่มขึ้น

ในโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาในปัจจุบัน ความสามารถในการฟื้นตัว (Resilience) เป็นกุญแจสำคัญในการเป็นผู้นำที่ยั่งยืนและบรรลุความสำเร็จขององค์กรในระยะยาว ผู้นำที่มีความยืดหยุ่น (Resilient Leader) จะมีความพร้อมที่จะรับมือกับความท้าทาย สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีม และนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้ด้วยการปรับตัวและการปลูกฝังกรอบความคิดการเติบโต (Growth Mindset) มีการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ สามารถจัดลำดับความสำคัญในการดูแลตนเองและทีม พร้อมรับคำติชม และรักษาทัศนคติเชิงบวก ดังนั้นผู้นำที่มีความยืดหยุ่นจึงสามารถเสริมสร้างความยืดหยุ่นของตนเองได้เมื่อเผชิญกับความยากลำบาก โดยไม่เพียงแต่ฟื้นตัวเร็วเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ความพ่ายแพ้หรือความล้มเหลวเป็นโอกาสในการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงอีกด้วย

การสร้างนวัตกรรมและการปรับปรุงพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้นกว่าเดิมต้องอาศัยความอยากรู้อยากเห็น ความกล้าเสี่ยง และความเต็มใจที่จะล้มเหลวเพื่อลองสิ่งใหม่ ๆ ดังนั้นในฐานะผู้นำทางธุรกิจที่ต้องการส่งเสริมนวัตกรรมให้เกิดขึ้นในองค์กร เราควรให้ความสำคัญกับการปลูกฝัง "กรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset)" ให้เกิดขึ้นในทีมและองค์กร เพราะกรอบความคิดแบบเติบโตนำไปสู่สภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีขึ้น และเกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ เพื่อส่งเสริมกระบวนการทำงานที่ดีกว่ากรอบความคิดแบบตายตัว (Fixed Mindset) กล้าเผชิญกับความท้าทาย มุ่งมั่นที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และมองเห็นประโยชน์ระยะยาวของการเรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อความสำเร็จขององค์กรและการขับเคลื่อนนวัตกรรม

สมองเป็นอวัยวะมหัศจรรย์และทรงพลังที่สุดในร่างกายของเรา เพราะมันสามารถควบคุมทั้งการกระทำ ความคิด และความรู้สึกของเราได้ทั้งหมด และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในการทำงานทุกคน อวัยวะที่ทำงานหนักที่สุดก็คือสมองของเรานี่เองค่ะ ในตอนนี้องค์กรทั่วโลกจึงต่างตระหนักถึงแนวทางการพัฒนาคนในองค์กรในแบบที่ "เป็นมิตรกับสมอง" ซึ่งมักเรียกว่า "Neuroleadership" หรือ Brain Friendly Leadership อันเป็นความก้าวหน้าของการศึกษาสาขาวิชาประสาทวิทยาศาสตร์ที่จะสามารถช่วยเชื่อมโยงระหว่างการมีปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์และแนวทางในการเป็นผู้นําที่มีประสิทธิภาพ ที่จะทำให้เราสามารถทำเข้าใจความเชื่อมโยงเกี่ยวกับการทำงานของสมองตามธรรมชาติกับการทำงานในองค์กรในเชิงลึกเพื่อดึงศักยภาพของผู้นำ และคนในทีม เพื่อสร้างTeamwork ดึงจุดแข็งและปิด Gap ลดจุดอ่อน ปรับปรุงกระบวนการทำงาน และส่งเสริมภาวะผู้นำให้ขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายได้อย่างตรงจุดในระยะเวลาอันสั้นนั่นเอง

ในการบริหารจัดการหรือแก้ไขปัญหาในโลกยุคปัจจุบันจะไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพหากเราดำเนินการด้วยการมองมุมมองเพียงด้านเดียว เพราะการบรรจบกันของวิกฤตการณ์หลายด้าน (polycrisis) ที่หมายถึงวิกฤตการณ์หลายๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นสงคราม อัตราเงินเฟ้อสูง โรคระบาด การโจมตีทางไซเบอร์ เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว การลาออกครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมและอื่นๆ อีกมากมายที่ครั้งหนึ่งดูเหมือนจะเกิดได้ยากแต่ในตอนนี้กลับเกิดขึ้นพร้อมกันอย่างน่ากังวล ดังนั้นสิ่งที่ CEO และผู้นำทางธุรกิจควรให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก ๆ ในทันทีก็คือการทำความเข้าใจและการเตรียมตัวรับมือหากต้องเผชิญหน้าวิกฤตซ้อนวิกฤติหรือ Polycrisis

ในยุคที่โลกของเรามีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแบบนี้ จะทำอย่างไรให้องค์กรของเรามีบรรยากาศในการทำงานที่ดีที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้บุคลากรของเรากล้าคิด กล้าแสดงออก และยังช่วยทำให้แต่ละคนมีความสัมพันธ์ที่ดีมากขึ้นในทีมได้ คำตอบคือการสร้างความรู้สึกปลอดภัยทางจิตใจในที่ทำงาน (Psychological Safety) อันเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยทำให้เกิดการทำงานเป็นทีมที่ดีขึ้น มีความเข้าใจกันและกันมากขึ้น เพราะไม่ว่าบุคลากรในองค์กรจะมีความสามารถมากแค่ไหน แต่หากพวกเขามีการทำงานร่วมกันเป็นทีมที่ขาดความปลอดภัยทางจิตใจในที่ทำงานแล้ว พวกเขาก็จะเกิดความไม่เชื่อใจกัน กลัวความผิดพลาด หรืออาจส่งผลจนลบกลายเป็นทีมที่ไร้ประสิทธิภาพ (dysfunctional team) ได้เลยทีเดียว

ความหลากหลายและการไม่แบ่งแยก (Diversity and inclusion) ได้เปลี่ยนจากอุดมคติที่ควรมีมาเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของความสำเร็จและนวัตกรรมขององค์กรที่ต้องมี เพราะผู้นำในโลกปัจจุบันไม่เพียงแต่ได้รับมอบหมายให้รับมือกับความท้าทายแต่ยังต้องเปิดรับมุมมองที่หลากหลายและใช้ประโยชน์จากมุมมองเหล่านั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Performance) ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) และความยืดหยุ่นอีกด้วย (Resilience) ดังนั้นในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรต่าง ๆ จึงควรตระหนักถึงความสำคัญของความหลากหลายและการไม่แบ่งแยกมากขึ้นกว่าที่เคย รวมถึงปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนภาวะผู้นำแบบมีส่วนร่วม (Inclusive Leadership) ซึ่งนอกจากจะเป็นผู้นำที่ให้คุณค่ากับความหลากหลายแล้ว ยังต้องพยายามสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกคนรู้สึกว่ามีคุณค่า ได้รับความเคารพ และมีอำนาจอีกด้วย

เมื่อ Growth Mindset คือ กรอบความคิดที่สำคัญอันเป็นจุดเริ่มต้นในการที่จะช่วยดึงศักยภาพของพนักงานออกมา จนสามารถพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้ และ Growth Mindset ยังเป็นกรอบความคิดที่ช่วยเสริมความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) ความคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) และการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ (Innovation) เพื่อให้คนในทีมมีความพร้อมในการเข้าสู่ยุค Digital Transformation

Powered by MakeWebEasy.com
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy  and  Cookies Policy